top of page

เชื้อรา vs. แบคทีเรียBVในช่องคลอดต่างกันยังไง?

  • Writer: Lulu🌼
    Lulu🌼
  • 5 days ago
  • 1 min read

เคยไหม...อยู่ ๆ ก็คันน้องสาว แล้วรีบGoogle ว่า "ทำไมตรงนั้นคัน?" ถ้าเคย เชื่อว่าต้องเคยเจอสองชื่อที่โผล่มาบ่อยมาก คือ "เชื้อราในช่องคลอด" กับ "ภาวะแบคทีเรียในช่องคลอดเสียสมดุล" หรือที่เรียกว่า BV ถึงแม้อาการบางอย่างจะคล้ายกันจนหลายคนแยกไม่ออก แต่จริง ๆ แล้วทั้งสองอย่างเป็นคนละภาวะ และวิธีรักษาก็ต่างกันด้วย


ข้อมูลจาก Centers for Disease Control and Prevention (CDC) ระบุว่า BV เป็นสาเหตุของอาการตกขาวที่พบบ่อยที่สุด โดยเกิดจากการที่แบคทีเรียในช่องคลอดเสียสมดุล ส่วนเชื้อราในช่องคลอดเกิดจากเชื้อราชื่อ Candida ที่เพิ่มจำนวนมากเกินไป การรู้ว่าเราเป็นแบบไหน จะช่วยให้รักษาได้ถูกจุด และไม่เผลอใช้ยาผิดจนทำให้อาการแย่ลง


จำง่าย ๆ แบบนี้เลย BV คือ "แบคทีเรียเสียสมดุล" ส่วนเชื้อราในช่องคลอดคือ "เชื้อราโตมากเกินไป"

ถ้าเป็น BV มักจะมีตกขาวสีขาวหรือสีเทา เนื้อค่อนข้างเหลว และมีกลิ่นคาวปลา โดยเฉพาะหลังมีเพศสัมพันธ์หรือช่วงมีประจำเดือน สาเหตุคือแบคทีเรียดีอย่าง Lactobacillus ลดลง ทำให้แบคทีเรียชนิดอื่นเพิ่มจำนวน ค่า pH ในช่องคลอดก็สูงขึ้น บางคนอาจรู้สึกแสบหรือระคายเคืองเล็กน้อย แต่หลายคนก็แทบไม่มีอาการเลย


ส่วนเชื้อราในช่องคลอด สิ่งที่หลายคนบอกเป็นเสียงเดียวกันคือ "คันมาก!" มักมีตกขาวสีขาวข้น คล้ายนมบูดหรือคอตเทจชีส ร่วมกับอาการแดง บวม แสบ หรือเจ็บบริเวณปากช่องคลอด แตกต่างจาก BV ตรงที่โดยทั่วไปจะไม่มีกลิ่นแรง เชื้อราเกิดจาก Candida ซึ่งเป็นเชื้อราที่อาศัยอยู่ในช่องคลอดตามธรรมชาติอยู่แล้ว แต่เมื่อสภาพแวดล้อมเหมาะกับการเจริญเติบโต มันก็เพิ่มจำนวนมากเกินไปจนเกิดอาการ


เพราะสาเหตุไม่เหมือนกัน การรักษาก็ไม่เหมือนกันด้วย BV ต้องรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ ส่วนเชื้อราในช่องคลอดต้องใช้ยาต้านเชื้อรา ถ้าใช้ยาผิดประเภท นอกจากอาการจะไม่ดีขึ้นแล้ว บางครั้งอาจยิ่งทำให้อาการแย่ลงได้ และในบางคน ก็สามารถเป็นทั้ง BV และเชื้อราในช่องคลอดพร้อมกันได้เหมือนกัน


ข่าวดีคือ ทั้งสองภาวะนี้พบได้บ่อยและรักษาได้ค่ะ แต่ถ้านี่เป็นครั้งแรกที่มีอาการ กำลังตั้งครรภ์ หรือเป็นซ้ำบ่อย ๆ แนะนำให้ไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยให้แน่ชัด แทนการซื้อยามารักษาเอง นอกจากนี้ ถ้ามีไข้ ปวดท้องน้อย เลือดออกผิดปกติ มีแผลบริเวณอวัยวะเพศ หรือรักษาแล้วอาการไม่ดีขึ้น ก็ควรรีบไปพบแพทย์เช่นกัน


ส่วนการดูแลน้องสาวในทุก ๆ วันก็ไม่ยากเลย แค่หลีกเลี่ยงการสวนล้างช่องคลอด ใส่กางเกงในที่ระบายอากาศได้ดี เปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปียกหรือชื้นเหงื่อให้เร็วที่สุด และปล่อยให้น้องสาวดูแลสมดุลของตัวเองตามธรรมชาติ เท่านี้ก็ช่วยลดโอกาสเกิดปัญหาได้มากขึ้นแล้ว 💕


อ้างอิง

Centers for Disease Control and Prevention. Sexually Transmitted Infections Treatment Guidelines: Bacterial Vaginosis. Updated clinical guidance for the diagnosis, treatment, and management of bacterial vaginosis.

Comments


bottom of page