top of page

เยื่อพรหมจารี: เรื่องจริงหรือแค่ความเชื่อ?

  • รูปภาพนักเขียน: Lulu🌼
    Lulu🌼
  • 7 ก.ค.
  • ยาว 1 นาที

ถ้าตั้งแต่เด็กเคยได้ยินว่า "เยื่อพรหมจารีต้องขาดตอนมีเซ็กซ์ครั้งแรก" พี่ขอเฉลยเลยว่า เรื่องพวกนี้เป็นความเชื่อที่ไม่ตรงกับหลักฐานทางการแพทย์เลยค่ะ


ก่อนอื่น เยื่อพรหมจารี หรือ hymen เป็นเนื้อเยื่อบาง ๆ ที่อยู่บริเวณปากช่องคลอด ไม่ใช่แผ่นเยื่อที่ปิดช่องคลอ อย่างที่หลายคนเข้าใจ คนส่วนใหญ่มีช่องเปิดอยู่ตั้งแต่เกิดเพื่อให้ประจำเดือนและสารคัดหลั่งไหลออกได้ และรูปร่างของเยื่อพรหมจารีก็แตกต่างกันมาก บางคนเป็นวง บางคนเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว บางคนมีรอยหยักหรือพับมากกว่าเพื่อน ซึ่งทั้งหมดถือว่าเป็นความหลากหลายตามธรรมชาติ


อีกความเชื่อที่หลายคนยังเชื่อคือ เยื่อพรหมจารีจะ "ขาด" ทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก แต่ความจริงคือ หลังเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ เยื่อพรหมจารีมักมีความยืดหยุ่นมากขึ้น จึงสามารถยืดออกระหว่างการสอดใส่โดยไม่ฉีกขาดเลยก็ได้ และถึงแม้จะมีการฉีก ก็อาจไม่มีเลือดออก เพราะเนื้อเยื่อนี้มีเส้นเลือดอยู่ไม่มาก งานวิจัยหลายชิ้นพบว่า ผู้หญิงจำนวนมากไม่มีเลือดออกในครั้งแรกที่มีเพศสัมพันธ์ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติ


ที่สำคัญ งานทบทวนหลักฐานทางวิทยาศาสตร์พบว่า แพทย์ไม่สามารถบอกได้อย่างแม่นยำว่าคนคนหนึ่งเคยมีเพศสัมพันธ์หรือไม่ผ่านการตรวจดูเยื่อพรหมจารี เพราะหลายคนที่เคยมีเพศสัมพันธ์แล้วก็ยังมีลักษณะเยื่อพรหมจารีที่ดูปกติ ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงของเยื่อพรหมจารีอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น การเล่นกีฬา อุบัติเหตุ การใช้ผ้าอนามัยแบบสอดหรือถ้วยอนามัย การรักษาทางการแพทย์ หรือแม้แต่การเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติของร่างกาย


ด้วยเหตุนี้ องค์กรทางการแพทย์และผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกจึงไม่สนับสนุนการ "ตรวจพรหมจรรย์" เพราะไม่มีหลักฐานว่าการตรวจเยื่อพรหมจารีสามารถพิสูจน์ได้ว่าใครเคยมีเพศสัมพันธ์หรือเคยถูกล่วงละเมิดทางเพศหรือไม่ แม้แต่ผู้รอดชีวิตจากการล่วงละเมิดทางเพศจำนวนมากก็อาจมีผลตรวจอวัยวะเพศที่ปกติ เนื่องจากเยื่อพรหมจารีสามารถยืดตัวและสมานได้ดี


สรุปแบบคือ "ความบริสุทธิ์" ไม่ใช่สิ่งที่วัดได้จากเยื่อพรหมจารี และไม่มีแพทย์คนไหนสามารถมองเยื่อพรหมจารีแล้วบอกประวัติทางเพศของใครได้ ร่างกายของเราไม่ได้มีไว้ให้คนอื่นตัดสิน และเยื่อพรหมจารีก็ไม่ใช่เครื่องพิสูจน์คุณค่าของผู้หญิงค่ะ

 

อ้างอิง

Department of Family Medicine, Georgetown University School of Medicine, Washington, DC USA

Department of Medicine, University of New Mexico School of Medicine, Albuquerque, NM USA

Physicians for Human Rights, Program on Sexual Violence in Conflict Zones, Boston, MA USA

Sexual Assault Referral Centre, The Havens Paddington, Kings College Hospital NHS Trust, London, UK

bottom of page