top of page

ออนไลน์กรูมมิง (Cybergrooming) คืออะไร?

  • รูปภาพนักเขียน: Lulu🌼
    Lulu🌼
  • 21 ก.ค.
  • ยาว 1 นาที

ถ้ามีคนในโลกออนไลน์ดู "เพอร์เฟกต์เกินไป" ให้ความสนใจเราตลอด บอกว่า "เธอดูโตเกินวัยนะ" พยายามทำให้เรารู้สึกว่าเขาเป็น "คนเดียวที่เข้าใจเรา" หรือขอให้เก็บความสัมพันธ์นี้เป็นความลับ นั่นอาจไม่ใช่ความรัก แต่มันอาจเป็น "Cybergrooming"


Cybergrooming คือกระบวนการที่ผู้ใหญ่ใช้หลอกล่อและสร้างความไว้วางใจกับเด็กหรือเยาวชนผ่านโลกออนไลน์ เพื่อแสวงหาประโยชน์ทางเพศ มันไม่ได้เริ่มจากการส่งรูปโป๊หรือข้อความลามกเสมอไป ตรงกันข้าม ส่วนใหญ่มักเริ่มจากความใจดี คำชม การรับฟัง การให้กำลังใจ หรือการทำให้เรารู้สึกว่า "มีแค่เขาที่เข้าใจเรา"


เป้าหมายคือทำให้เราค่อย ๆ ลดความระวัง จนยอมเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว ส่งรูปส่วนตัว พูดคุยเรื่องเพศ นัดเจอตัวจริง หรือทำในสิ่งที่เราไม่เคยตั้งใจจะทำ


งานทบทวนงานวิจัยจากนานาชาติที่รวบรวมข้อมูลจาก 34 งานวิจัย พบว่า Cybergrooming เกิดขึ้นบ่อยกว่าที่หลายคนคิด นักวิจัยสรุปว่า อย่างน้อย 1 ใน 10 ของเด็กและเยาวชนเคยเผชิญกับการถูกล่อลวงทางเพศออนไลน์ โดยแต่ละงานวิจัยรายงานอัตราการเกิดตั้งแต่ 5.4% ถึง 31.1% และส่วนใหญ่พบว่าเด็กและเยาวชนประมาณ 12% ถึง 20% เคยตกเป็นเหยื่อในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง


นั่นหมายความว่า มันไม่ใช่ "เรื่องน่ากลัวที่เกิดกับคนอื่น" แต่มันเป็นปัญหาความปลอดภัยออนไลน์ที่เกิดขึ้นจริง

อีกงานวิจัยที่ทบทวนข้อมูลจาก 22 การศึกษา ซึ่งครอบคลุมผู้ใหญ่ 1,525 คนที่ถูกตัดสินหรืออยู่ระหว่างการสอบสวนคดี Cybergrooming พบว่า ผู้กระทำส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย มีอายุเฉลี่ยประมาณ 30 ปี ที่น่าตกใจคือ หลายคนไม่เคยมีประวัติอาชญากรรมมาก่อน จึงไม่ได้มีลักษณะเหมือน "คนอันตราย" ตามภาพที่หลายคนจินตนาการ บางคนมีปัญหาสุขภาพจิต แต่สิ่งนั้นไม่ใช่ข้อแก้ตัว และไม่ได้ลดความรับผิดชอบต่อการกระทำของพวกเขา


หลายคนเข้าใจผิดว่า คนล่อลวงจะรีบขอรูปโป๊ตั้งแต่แรก แต่ในความจริง การล่อลวงมักค่อย ๆ เกิดขึ้นอย่างเป็นขั้นตอน


นักวิจัยพบว่า คนล่อลวงมักเริ่มจากการสร้างความไว้ใจ ทำตัวเป็นมิตร ตลก อบอุ่น หรือโรแมนติก บางคนแกล้งทำเป็นมีงานอดิเรกหรือประสบการณ์ชีวิตคล้ายเรา จากนั้นจึงค่อย ๆ พูดเรื่องเพศ ทดสอบขอบเขตของเรา และขอให้เก็บทุกอย่างเป็นความลับ


ระหว่างคุย พวกเขามักถามคำถามอย่าง "พ่อแม่อยู่บ้านไหม?" "มีใครเห็นแชตเราหรือเปล่า?" คำถามเหล่านี้ไม่ใช่ถามเล่น ๆ แต่มันเป็นวิธีประเมินว่าพวกเขามีโอกาสถูกจับได้มากแค่ไหน


นักวิจัยยังแบ่งผู้ล่อลวงออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ กลุ่มแรก คือคนที่พยายามสร้างความสัมพันธ์แบบคนรัก พูดว่า

"เรารักเธอนะ" "เราเกิดมาเพื่อกันและกัน" เพื่อให้เหยื่อเชื่อว่าความสัมพันธ์นี้เป็นของจริง


อีกกลุ่มหนึ่ง สนใจเรื่องเพศเป็นหลัก พวกเขาจะรีบชวนคุยเรื่องเพศ ขอรูปโป๊ ส่งภาพลามก หรือพยายามนัดเจออย่างรวดเร็ว โดยแทบไม่สนใจสร้างความผูกพันทางอารมณ์ แล้วใครเสี่ยงที่สุด?


งานวิจัยบอกว่า ไม่มี "เหยื่อในแบบเดียว" แต่เด็กผู้หญิงมักตกเป็นเป้าหมายมากกว่าเด็กผู้ชาย และความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นในช่วงวัยรุ่น เพราะเป็นวัยที่เริ่มใช้เวลาบนโลกออนไลน์มากขึ้น สนใจเรื่องความรัก และกำลังเรียนรู้เรื่องเพศ

ปัจจัยอื่นที่พบร่วมกับความเสี่ยง ได้แก่ การพูดคุยกับคนแปลกหน้าบ่อย การมีพฤติกรรมเสี่ยงบนโลกออนไลน์ สุขภาพจิตที่ไม่ดี หรือเคยตกเป็นเหยื่อความรุนแรงมาก่อน


แต่ขอจำไว้ให้ดีนะ ปัจจัยเหล่านี้ไม่ใช่สาเหตุ และไม่เคยเป็นเหตุผลที่จะโทษเหยื่อ คนที่ต้องรับผิดชอบมีเพียงคนล่อลวงเท่านั้น แล้วเราจะป้องกันตัวเองยังไง?


ความสัมพันธ์ที่ดี ไม่เคยต้องเป็นความลับ คนที่จริงใจจะไม่บังคับให้เราปิดบังการคุย ไม่กดดันให้ส่งรูปส่วนตัว ไม่บอกให้พิสูจน์ความรักด้วยการทำสิ่งที่เราไม่สบายใจ และไม่ทำให้เรารู้สึกผิดเมื่อเราตั้งขอบเขต ถ้าใครโกรธ เพราะเรา "ปฏิเสธ" นั่นไม่ใช่ความรัก แต่มันคือการควบคุม


ถ้ามีใครในโลกออนไลน์ทำให้รู้สึกอึดอัด ให้หยุดตอบ บล็อกบัญชีนั้น แคปหน้าจอเก็บหลักฐาน และบอกผู้ใหญ่หรือคนที่ไว้ใจ หากมีการข่มขู่ แบล็กเมล์ หรือเกี่ยวข้องกับภาพส่วนตัว ให้รีบแจ้งตำรวจทันที


ในประเทศไทย สามารถขอคำแนะนำเกี่ยวกับการล่วงละเมิดออนไลน์ได้ที่สายด่วน ETDA 1212

การพูดขอความช่วยเหลือไม่ใช่เรื่องน่าอาย เพราะสิ่งที่คนล่อลวงต้องการที่สุด คือ "ความเงียบ" และ "ความลับ"


ทุกการแจ้งเหตุ ไม่ได้ปกป้องแค่ตัวเรา แต่อาจช่วยไม่ให้มีเหยื่อคนต่อไปด้วย


อ้างอิง

Understanding Cybergrooming: A Systematic Review of Perpetrator Characteristics, Strategies, and Types

bottom of page