top of page

ทำไมประจำเดือนถึงทำให้ปวดท้อง?

  • รูปภาพนักเขียน: Lulu🌼
    Lulu🌼
  • 17 ก.ค.
  • ยาว 1 นาที

ถ้ามดลูกของเรามีกรุ๊ปแชต ช่วงมีประจำเดือนก็คงประมาณว่า... "ทุกคน เตรียมเก็บของออกได้เลย..แล้วบีบแรงๆเลยนะ!" ถ้าคุณเคยนอนกอดถุงน้ำร้อนแล้วบ่นว่า "มดลูกเกลียดเราหรือเปล่า?" ขอบอกเลยว่า...ไม่เลยจ้า

มดลูกไม่ได้เกลียดคุณ อาการปวดประจำเดือนมีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์อยู่เบื้องหลัง

อาการปวดประจำเดือน หรือที่เรียกว่า Primary Dysmenorrhea เกิดขึ้นเพราะมดลูกกำลังทำงานหนักเพื่อขับเยื่อบุโพรงมดลูกออกจากร่างกาย ทุกเดือน ร่างกายจะสร้างเยื่อบุโพรงมดลูกที่หนาและเต็มไปด้วยสารอาหาร เผื่อไว้สำหรับการตั้งครรภ์ แต่ถ้าไม่มีการตั้งครรภ์ เยื่อบุนี้ก็ไม่จำเป็นต้องใช้อีกต่อไป ร่างกายจึงต้องขับมันออกมาในรูปของ "ประจำเดือน"


แล้วมดลูกทำยังไง? บีบตัวแรงๆ.. ลองนึกภาพเวลาบีบหลอดยาสีฟัน มดลูกก็ทำงานคล้าย ๆ แบบนั้น เพื่อดันเยื่อบุโพรงมดลูกออกมา ตัวการสำคัญที่ทำให้มดลูกบีบตัวคือสารเคมีที่ชื่อว่า "พรอสตาแกลนดิน" (Prostaglandins)

ก่อนและระหว่างมีประจำเดือน ร่างกายจะสร้างพรอสตาแกลนดินเพิ่มขึ้น สารตัวนี้มีหน้าที่สั่งให้กล้ามเนื้อมดลูกหดตัว

ยิ่งมีพรอสตาแกลนดินมาก มดลูกก็ยิ่งบีบตัวแรงขึ้น


บางครั้งการบีบตัวแรง ๆ จะไปกดหลอดเลือดที่ส่งเลือดไปเลี้ยงมดลูกชั่วคราว เมื่อเลือดและออกซิเจนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อมดลูกน้อยลง ก็จะเกิดอาการปวดขึ้น คล้ายกับเวลาที่กล้ามเนื้อเป็นตะคริวหลังออกกำลังกายหนัก ๆ

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมหลายคนรู้สึกปวดหน่วง ปวดบีบ ปวดจี๊ด หรือปวดเป็นพัก ๆ บริเวณท้องน้อย


งานวิจัยพบว่า พรอสตาแกลนดินชนิด Prostaglandin F2α และ Prostaglandin E2 เป็นตัวการสำคัญที่สุดที่ทำให้เกิดอาการปวดประจำเดือนแบบปฐมภูมิ (Primary dysmenorrhea) หลายคนยังสังเกตได้ว่า อาการปวดมักเริ่มก่อนประจำเดือนมาหรือพร้อมกับวันแรกของการมีเลือด


และมักปวดมากที่สุดในวันแรก ก่อนจะค่อย ๆ ดีขึ้นภายในประมาณ 2 ถึง 3 วัน อาการปวดประจำเดือนมักเริ่มเกิดภายใน 6 ถึง 24 เดือนหลังมีประจำเดือนครั้งแรก เพราะเป็นช่วงที่การตกไข่เริ่มเกิดอย่างสม่ำเสมอ

แต่มีอีกเรื่องที่หลายคนไม่รู้ อาการปวดประจำเดือนไม่ได้มีแค่ปวดท้อง หลายคนอาจมีอาการร่วม เช่น

ปวดศีรษะ ปวดหลัง คลื่นไส้หรืออาเจียน ท้องเสียหรือท้องผูก คัดตึงหน้าอก อ่อนเพลีย นอนหลับไม่สนิท ปัสสาวะบ่อยหงุดหงิด เครียด หรือวิตกกังวลง่าย ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้ เพราะพรอสตาแกลนดินไม่ได้ออกฤทธิ์เฉพาะที่มดลูก แต่ยังส่งผลต่ออวัยวะส่วนอื่นของร่างกายด้วย


อาการปวดประจำเดือนเป็นหนึ่งในปัญหาทางนรีเวชที่พบบ่อยที่สุดในวัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่ตอนต้น ยังเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้นักเรียนต้องหยุดเรียน หรือหลายคนต้องลางานในช่วงมีประจำเดือน แต่หลายคนกลับไม่เคยขอความช่วยเหลือ เพราะคิดว่า "ผู้หญิงก็ต้องทนแบบนี้แหละ" ขอเฉลยเลยนะ...

การมีมดลูก ไม่ได้แปลว่าต้องทนเจ็บเงียบ ๆ เสมอไป


ข่าวดีคือ อาการปวดประจำเดือนสามารถบรรเทาได้หลายวิธี

งานวิจัยพบว่ายาในกลุ่ม NSAIDs เช่น ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) ช่วยลดการสร้างพรอสตาแกลนดิน จึงช่วยลดสาเหตุของอาการปวด หรือ การประคบร้อน เช่น ใช้ถุงน้ำร้อนหรือแผ่นประคบร้อน ก็ช่วยให้กล้ามเนื้อมดลูกคลายตัวและลดอาการปวดได้เช่นกัน การออกกำลังกายเป็นประจำยังช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือด และกระตุ้นการหลั่งเอ็นดอร์ฟิน ซึ่งเป็นสารระงับปวดตามธรรมชาติของร่างกาย


แต่ถ้าคุณมีอาการปวดรุนแรงมากจนเป็นลม อาเจียนทุกเดือน หรือจู่ ๆ อาการปวดก็หนักขึ้นมากทั้งที่เมื่อก่อนไม่เคยเป็น อย่าฝืนทนนะ ควรไปพบแพทย์ เพราะอาการปวดประจำเดือนอาจเกิดจากโรคอื่น เช่น เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis) หรือภาวะกล้ามเนื้อมดลูกแทรกตัวผิดปกติ (Adenomyosis) ซึ่งต้องได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม


ครั้งหน้าอย่าเพิ่งคิดว่าร่างกายกำลังเล่นงานคุณ แต่คิดแทนว่า... มดลูกกำลังทำความสะอาดครั้งใหญ่

และการบีบตัวเหล่านั้น คือวิธีที่ร่างกายใช้จัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยตามธรรมชาตินั่นเอง 💛


อ้างอิง

Iacovides S, et al. Primary Dysmenorrhea: Pathophysiology, Diagnosis, and Treatment Updates. Cureus

American College of Obstetricians and Gynecologists (ACOG). Dysmenorrhea and Endometriosis in the Adolescent.

bottom of page