top of page

ทำไมสิวถึงขึ้น?

  • รูปภาพนักเขียน: Lulu🌼
    Lulu🌼
  • 17 ก.ค.
  • ยาว 1 นาที



ทุกอย่างก็ดูปกติดีเมื่อคืน แต่พอตื่นมาส่องกระจกเท่านั้นแหละ...ปึ้ง! สิวเม็ดเบิ้มโผล่ขึ้นมา พร้อมประกาศตัวเป็นตัวเอกบนหน้าของเรา แล้วสรุปโผล่มาได้ยังไง?


สิวไม่ได้เกิดขึ้นเพราะผิวของคุณกำลังแกล้งคุณ แต่มันเป็นหนึ่งในสัญญาณที่ชัดที่สุดว่า ฮอร์โมนกำลังทำงานตามปกติ

ตัวการหลักก็คือฮอร์โมนที่เรียกว่า "แอนโดรเจน" (Androgens) ทั้งผู้หญิงและผู้ชายต่างก็มีฮอร์โมนกลุ่มนี้ รวมถึงฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน (Testosterone) และฮอร์โมนที่ออกฤทธิ์แรงกว่าอย่าง ไดไฮโดรเทสโทสเตอโรน (Dihydrotestosterone หรือ DHT)


เมื่อเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ ระดับฮอร์โมนเหล่านี้จะเพิ่มขึ้นตามธรรมชาติ หน้าที่ของมันคือช่วยให้ร่างกายเติบโตและพัฒนา แต่ในขณะเดียวกัน มันก็ไปกระตุ้นต่อมไขมันใต้ผิวหนังให้ทำงานหนักขึ้นด้วย ต่อมไขมัน หรือ Sebaceous Glands จะผลิตน้ำมันธรรมชาติที่เรียกว่า "ซีบัม" (Sebum) ซีบัมมีประโยชน์ เพราะช่วยปกป้องผิวและรักษาความชุ่มชื้น

แต่ถ้าผลิตมากเกินไป...ปัญหาก็เริ่มขึ้น


เมื่อไขมันส่วนเกินรวมกับเซลล์ผิวที่ตายแล้ว รูขุมขนก็อาจอุดตัน จากนั้นแบคทีเรียที่อาศัยอยู่บนผิวตามธรรมชาติ โดยเฉพาะ Cutibacterium acnes จะเพิ่มจำนวนภายในรูขุมขนที่อุดตัน ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจึงตอบสนองด้วยการอักเสบ และสิวเม็ดแดง บวม เจ็บ ก็ถือกำเนิดขึ้น วิทยาศาสตร์ยืนยันชัดเจนว่า ฮอร์โมนมีความสัมพันธ์กับการเกิดสิวอย่างมาก


งานวิจัยในปี 2025 ศึกษาคนอายุระหว่าง 5 ถึง 23 ปีจำนวน 1,609 เพื่อดูว่าสิวเริ่มเกิดขึ้นเมื่อไรในช่วงวัยเจริญพันธุ์ นักวิจัยยังตรวจระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนและ DHT ในผู้เข้าร่วมด้วย ผลการศึกษาพบว่า ทั้งผู้หญิงและผู้ชายที่มีสิว มีระดับฮอร์โมน DHT สูงกว่าคนที่ไม่มีสิวอย่างชัดเจน นั่นหมายความว่า DHT เป็นหนึ่งในฮอร์โมนสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการเกิดสิวในช่วงวัยรุ่น นักวิจัยยังพบอีกว่า สิวจะพบได้บ่อยขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายของวัยเจริญพันธุ์

ในงานวิจัยนี้ ผู้ชายเริ่มมีสิวโดยเฉลี่ยเมื่ออายุประมาณ 15 ปี และเมื่อเข้าสู่ระยะสุดท้ายของวัยเจริญพันธุ์ ผู้ชายถึง 83% มีสิว


สำหรับผู้หญิง งานวิจัยนี้พบสิวประมาณ 15% ในช่วงปลายวัยรุ่น อย่างไรก็ตาม งานวิจัยอีกหลายชิ้นยืนยันว่า สิวเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยมากในวัยรุ่นผู้หญิงเช่นกัน ความจริงอีกข้อที่น่าสนใจก็คือ สิวเป็นโรคผิวหนังที่พบได้บ่อยที่สุดชนิดหนึ่งของโลก แต่ในช่วงวัยรุ่น ตัวเลขนี้สูงกว่ามาก เพราะเป็นช่วงที่ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงมากที่สุด และแม้ว่าสิวจะขึ้นบนผิวหนัง แต่มันอาจส่งผลต่อสุขภาพใจด้วย


งานวิจัยพบว่า คนที่มีสิวมีความเสี่ยงต่อความวิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า ความมั่นใจในตัวเองที่ลดลง และในบางคนอาจมีความคิดทำร้ายตัวเองมากขึ้น เพราะฉะนั้น สิวจึงไม่ใช่แค่เรื่องความสวยความงาม แต่มันสามารถส่งผลต่อคุณภาพชีวิตได้จริง ข่าวดีก็คือ การมีสิวไม่ได้แปลว่าคุณสกปรก ไม่ได้แปลว่าคุณล้างหน้าไม่สะอาด และก็ไม่ได้แปลว่าคุณกินของผิดเสมอไป จริง ๆ แล้ว การขัดหน้าหรือถูผิวแรง ๆ อาจยิ่งทำให้การอักเสบรุนแรงขึ้นอีก


วิธีดูแลที่ดีที่สุดคือ ล้างหน้าวันละ 2 ครั้งด้วยผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน หลีกเลี่ยงการบีบหรือแกะสิว เลือกสกินแคร์และเครื่องสำอางที่ระบุว่า "Non-comedogenic" หรือไม่อุดตันรูขุมขน หากสิวอักเสบรุนแรง เจ็บ เป็นแผลเป็น หรือไม่ดีขึ้นหลังใช้ยาทั่วไป ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนัง


อย่าเพิ่งโทษตัวเองนะ มันไม่ได้แปลว่าผิวของคุณกำลังพังแต่มันคือหนึ่งในสัญญาณที่บอกว่า...ฮอร์โมนของคุณกำลังช่วยให้ร่างกายเติบโต และร่างกายของคุณกำลังทำในสิ่งที่ควรทำตามธรรมชาติ 💛


อ้างอิง

Johansen ML, et al. Acne during puberty is associated with higher dihydrotestosterone concentrations: A population-based cohort study of 1,609 children and adolescents

Bhate K, Williams HC. Epidemiology of acne vulgaris. British Journal of Dermatology

bottom of page